บริษัทจึงกำหนดให้ปี 2560 ซึ่งตรงกับการเริ่มวิสัยทัศน์ในรอบใหม่ เป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” หรือ “Year of Shift” ที่เป็นการปรับเปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนและพร้อมกันทุกองคาพยพ ตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบายในการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทในเครือ ตลอดจนกระบวนการปฏิบัติงาน โดยวิสัยทัศน์ใหม่ที่จะเริ่มใช้ในรอบปี 2560 - 2562 นี้ คือการ “สร้างความสมดุลและบูรณาการประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาที่พักอาศัยในมิติผลประกอบการรวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

เรียนท่านผู้ถือหุ้นที่เคารพทุกท่าน

ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์เอง ต้องอาศัยมาตรการของรัฐเป็นตัวขับเคลื่อน จึงจะผลักดันให้เกิดอุปสงค์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยทั้งภายในและภายนอก กอปรกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และความเข้มข้นในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตด้านผลประกอบการของบริษัท และส่งผลให้ในปี 2559 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดวิสัยทัศน์ในรอบปี 2557 - 2559 บริษัทไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และมีแนวโน้มที่จะก้าวเข้าสู่ “สภาวะถดถอย” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภาวะดังกล่าว และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงกำหนดให้ปี 2560 ซึ่งตรงกับการเริ่มวิสัยทัศน์ในรอบใหม่ เป็น “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” หรือ “Year of Shift” ที่เป็นการปรับเปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนและพร้อมกันทุกองคาพยพ ตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบายในการดำ เนินงานของบริษัทและบริษัทในเครือ ตลอดจนกระบวนการปฏิบัติงาน โดยวิสัยทัศน์ใหม่ที่จะเริ่มใช้ในรอบปี 2560 - 2562 นี้ คือการ “สร้างความสมดุลและบูรณาการประสิทธิภาพของการดำ เนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาที่พักอาศัยในมิติผลประกอบการรวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากการดำ เนินงาน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในด้านนโยบายในการดำเนินงาน ทั้งบริษัทและบริษัทในเครือได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ใหม่ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มบริษัทในการดำเนินงาน คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจให้บริการ สำหรับกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2560 บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาโครงการใหม่ จากกลุ่มกลางถึงกลาง-ล่างเดิม เป็นกลาง-ล่างถึงบน ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกทำเลและขนาดในการพัฒนาโครงการ รวมไปถึงการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การปรับภาพลักษณ์ตราผลิตภัณฑ์ให้

สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายข้างต้น สำหรับบริษัทพรสันติ จำกัด ซึ่งดูแลการพัฒนาโครงการแนวราบ ได้มุ่งนโยบายที่จะเพิ่มรายได้เพื่อทดแทนรายได้ของอาคารชุดพักอาศัย พร้อมพัฒนาระบบการก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลผลิตให้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้านกลุ่มธุรกิจให้บริการ อันประกอบด้วยบริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด ยังคงมุ่งเน้นในการทำ ธุรกิจเพื่อสังคมแต่จะปรับแนวทางจากเดิมที่ให้บริการเฉพาะโครงการของ “ลุมพินี” เป็นการให้บริการสู่ภายนอกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มอัตราการช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาส บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด จะเพิ่มความเข้มข้นด้านกลยุทธ์ในการบริหารชุมชน จาก “ชุมชนน่าอยู่” เป็น “ชุมชนน่าอยู่สำ หรับคนทุกวัย” พร้อมขยายงานบริหารชุมชนสู่ภายนอก ส่วนบริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด จะเป็นบริษัทที่รองรับนโยบายการขยายฐานธุรกิจ โดยรับเป็นที่ปรึกษาและให้บริการงานก่อสร้างสู่ภายนอก เพื่อนำศักยภาพและความเป็นมืออาชีพมาสร้างคุณค่าให้กับบริษัทมากขึ้นการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ บริษัทใคร่ขอขอบคุณผู้บริหาร พนักงานและ LPN TEAM ทุกท่าน สำหรับความร่วมมือร่วมใจที่พร้อมจะก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถาบันการเงินและเพื่อนสื่อมวลชน สำหรับการสนับสนุนด้วยดีตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รวมถึงท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน บริษัทเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การก้าวสู่ “ปีแห่งการปรับเปลี่ยน” บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลที่รอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะเป็นก้าวใหม่ที่สร้างให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต เป็น “บ้าน” ที่อบอุ่นเป็น “ชุมชนน่าอยู่สำ หรับคนทุกวัย” สร้างความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “ลุมพินี” อย่างยั่งยืนตลอดไป

นายอมรศักดิ์ นพรัมภา      
ประธานกรรมการบริษัท